yayeepoon View my profile

Acrophobia

posted on 14 Nov 2010 15:51 by yayeepoon in MyStory
กลัวความสูงกันไหมครับ???
 
มีคนเคยบอกว่าคนจะกลัวความสูงเมื่อสูงจนถึงระดับนึง
 
เมื่อเลยจากความสูงตรงนั้นไปแล้วก็จะไม่รู้สึกกลัวอีกต่อไป....
 
บอกไว้ก่อนเลย บทความนี้ไม่ได้อุปมาอุปไมยถึงอะไรทั้งสิ้น
 
(แม้บางข้อความจะชวนให้คิดอย่างนั้นก็ตาม)
 
 
 
 
เมื่อวานนี้ผมได้มีโอกาสขึ้นไปยังชั้นที่31ของตึกๆหนึ่ง ตรงข้ามกับสวนลุม
 
จากความสูงจุดๆนั้น เป็นความสูงเดียวกับที่ผมบอก
 
ความสูงที่ไร้ซึ่งความกลัวใดๆ
 
ที่ๆมองดูความเร็ว 80 กม./ชม. ได้อย่างชัดเจนที่ละเฟรมๆ
 
รถรา ตึกรามบ้านช่อง ราวกับโมเดลกระดาษขนาด 1:100
 
ขนาดที่นิ้วมือของผมบัง BTS ได้จนมิดคันเลยทีเดียว
 
เป็นความสูงที่ทำให้ผมยิ้มได้เลยทีเดียว
 
มันทำให้อยากรู้ว่าถ้าสูงขึ้นไปกว่านี้จะไปอย่างไร
 
ความกลัวจะกลับมาอีกครั้งหนึ่งไหม
 
ความกลัวที่ชวนให้เวียนเหียน ที่อยู่ที่ความสูงที่มันต่ำกว่านี้
 
สักครั้งผมเองก็อยากลองประสบการณ์อย่างความสูงบนเครื่องบินอะไรทำนองนี้
 
ถ้าความกลัวมันกลับมา ผมอาจจะพาตัวเองขึ้นไประดับอวกาศไปเลยก็ได้
 
 
 
แล้วผมมาทำอะไรที่ความสูงระดับนี้กันล่ะ
 
เอ่อ...ถ้าจะตอบว่ามาสมัครงานก็คงจะไม่ผิดเท่าไหร่นัก
 
สมัครงานทั้งๆที่ไม่มีทั้งทรานสคริปส์ ไม่มีเรซูเม่
 
ไม่ได้อ่านหนังสือ ท่องตำรา เตรียมตัวสอบสัมภาษณ์
 
ไม่ได้โทรบอกที่บ้าน ไม่ได้ตัดผม ทั้งๆที่อยากจะตัดผมใจจะขาด
 
ที่สำคัญ ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะมาสมัครงาน
 
จนถึงเวลาที่จะเรียกไปสัมภาษณ์อีกครึ่งชั่วโมง
 
ผมเป็นคนที่ตัดสินใจช้าเวลาที่อยู่คนเดียว

แต่ถ้าอยู่กับเพื่อนสนิทๆ จะตัดสินใจอะไรเร็วมาก ราวกับคิดไว้แล้ว
 
แต่ผมก็เชื่อว่า ไอ้การตัดสินใจช้าแบบนี้ มันยังดีกว่าไม่ได้ตัดสินใจอะไรเลย
 
ข้อสอบมี วัดโปรแกรมมิ่ง ทักษะพื้นฐาน แล้วก็ภาษาอังกฤษ
 
มันคงไม่ได้ยากอะไรเลยสำหรับคนที่เตรียมตัวมา
 
เพราะทุกอย่างผมเชื่อว่าเคยเรียนมาหมดแล้ว
 
มันติดที่ไม่ได้เอามาใช้ แล้วก็พาลให้ลืมๆไปซะงั้น
 
แถมยังมีสอบสัมภาษณ์อีกด้วย แถมผมยังพลาดในช่วงที่สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษอีกด้วย
 
พี่เขาถามถึงงานอริเดก เราก็ตอบไปว่า See movie
 
เขาถามเรื่องล่าสุดที่ดู เราก็ตอบว่า No country for old men
 
เขาก็ให้เราเล่าให้เขาฟัง
 
ฉิบหายยยย.....อยากจะบอกใจจะขาดว่า
 
พี่ครับ ผมดูเมื่อตอนตีสี่ก่อนจะมา แถมยังดูไปแค่10นาที แล้วคอมก็เสียพอดี
 
เรื่องย่อข้างกล่องก็ไม่ได้อ่าน
 
ถ้าเปลี่ยนเป็น มานอริตี้ รีพอร์ต หรือ โซลูเก็ท ที่เพิ่งดูไปตอนคุมคอมร้อยละก็...
 
แถได้เป็นฉากๆ เลย เพราะแต่ละเรื่องขั้นต่ำอยู่ที่สามรอบ
 
 
ถ้านี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นล่ะก็ ตอนจบเขาคงรับผมเข้าทำงานแน่นอนชัวร์!!!
 
แต่เผอิญเป็นเรื่องจริง ก็ดูๆว่าความหวังที่จะกลับไปยังชั้น 31 อีกทีดูลางๆเหลือเกิน
 
 
กลับบ้านมารื้อคอม เปลี่ยนHDD ลงWindows แล้วก็โปรแกรมสองสามโปรแกรม
 
แล้วก็นอนยาว ตื่นมาอีกที 11 โมง หุงข้าว ทำกับข้าว กินข้าวจนเรียบร้อย
 
แล้วก็มานั่งดู No country for old men อีกทีให้หายแค้น แล้วก็....
 
หลับครับ.. หนังน่าจะเกือบสามชั่วโมง ภาพสวยทุกเฟรม เนื้อเรื่องน่าติดตาม
 
เสียที่ขาดความตื่นเต้น แล้วก็พูดกันน้อย จนคนดู(ผมเองนี่แหล่ะ)หลับ
 
 
เป็นอีกเรื่องที่เก็บลงลังทันทีที่ตื่นมา (ก่อนจะมานั่งเขียนblogอยู่นี่)
 
เช่นเดียวกับ pulp fiction และ last life in the universe
 
ผมมันไม่เก่งพอที่จะเข้าใจความอาร์ตของจบได้ โดยไม่หลับ
 
 
พูดถึง last life in the universe เลยนึกถึงคนที่นั่งดูด้วยกัน แล้วหลับด้วยกันจังเลย
 
(หมายถึงหลับระหว่างดูหนังอะน่ะ)
 
 
ในที่สุดก็จบไปอีกวัน กับประสบการณ์ดีๆเกี่ยวกับความสูง
 
เมื่อคุณกลัวความสูง จงขี้นไปให้สูงอีก
 
ไม่ต้องกลัวว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว หรือจะผลัดตกลงมา
 
เมื่อคุณขึ้นไปอยู่ที่ความสูงอีกระดับนีง คุณจะเลิกกลัวมันเอง
 
แต่อย่าทำให้คุณหมดความพยายามที่จะไปต่อแล้วกัน....
 

 
เพราะว่าเมื่อคุณกลัวความสูง จงขี้นไปให้สูงอีก
 
 

Comment

Comment:

Tweet

สู้ๆนะครับพี่ ^^ v

#1 By NocommenZ on 2010-11-15 11:26

Recommend

Archives